ผุ้สนับสนุน

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คำเตือน : 9 เคล็ดลับ...สำหรับสุภาพสตรี

คำเตือน : 9 เคล็ดลับ...สำหรับสุภาพสตรี และบุคคลทั่วไป

1 . เคล็ดลับจากวิชาเทควันโด้ " ข้อศอก" คือจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของร่างกาย หากถูกทำร้าย หรือกำลังจะถูกทำร้าย และคุณอยู่ในระยะที่ใกล้พอ จงใช้ข้อศอกให้เป็นประโยชน์ ( ถองกบาลหรือกกหูมันแรง ๆ )

2 . ข้อแนะนำจากหนังสือแนะนำนักท่องเที่ยวเมืองนิวออร์ลีนส์ หากถูกโจรจี้และขอกระเป๋าถือหรือ กระเป๋าสตางค์ อย่ายื่นกระเป๋าให้โจร แต่ให้เขวี้ยงกระเป๋าไปไกล ๆ เพราะเป็นไปได้ว่าเจ้าโจรนั่นอาจสนใจแค่เงินหรือข้าวของในกระเป๋ามากกว่าตัวคุณมันจะวิ่งไปคว้ากระเป๋าที่คุณโยนออกไปทีนี้ก็จงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปในทิศทางตรงกันข้าม

3. ถ้าถูกจับขังในฝากระโปรงท้ายรถพยายามทุบให้ไฟท้ายรถหลุดออก จากนั้นยื่นแขนออกมาจากรูโหว่แล้วโบกสุดฤทธิ์คนขับมองไม่เห็นคุณ แต่รับรองชาวบ้านเห็นแน่ ๆ วิธีนี้ช่วยชีวิตคน มานักต่อนักแล้ว

4. อย่านั่งแช่ในรถ สาวๆ ทั้งหลาย เมื่อเสร็จภารกิจช้อปปิ้งกินข้าว เลิกงาน ฯลฯ สาว ๆ เมื่อก้าวขึ้นรถแล้ว ก็มักจะ นั่งแช่ ทำอะไรต่อมิอะไรกระจุกกระจิก เป็นต้นว่า ดูสมุดบัญชี จดลิสต์รายการข้าวของ หรือเรื่องที่จะต้องทำ หรืออื่น ๆ ขอเตือนว่า..อย่าทำเช่นนี้เป็นอันขาดผู้ร้ายอาจกำลังจับตาเฝ้าดูคุณอยู่การที่นั่งจ่อมอยู่อย่างนี้แหละจะเป็นโอกาสอันงามที่มันจะก้าวขึ้นมานั่งในรถข้าง ๆ คุณเอาปืนจี้แล้ว สั่งให้พาไปไหนต่อไหนเพราะฉะนั้นก้าวขึ้นนั่งในรถเมื่อไรให้รีบล็อคประตูแล้วออกรถทันที

5. ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เมื่อคุณต้องเดินไปยังรถที่จอดในลานจอดรถ โรงจอดรถ หรืออาคารที่จอดรถ
ก. สำรวจรอบตัวมองข้างในรถทั้งที่นั่งข้างคนขับพื้นรถรวมถึง เบาะหลังด้วย
ข. ถ้ารถคุณจอดอยู่ข้างรถตู้คันใหญ่ แนะนำให้ขึ้นรถด้านประตูผู้โดยสาร ผู้ร้ายส่วนใหญ่มักฉวยโอกาสจังหวะที่เหยื่อกำลัง เปิดประตูรถลากตัวเหยื่อขึ้นรถตู้
ค. ดูรถที่จอดอยู่ข้างรถคุณทั้งฝั่งซ้ายและขวาหากมีผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวตรงเบาะด้านที่ใกล้รถคุณ ควรหลีกเลี่ยงด้วยการ เดินกลับเข้าไปในห้างหรือที่ทำงาน แล้วขอให้เจ้าหน้าที่ห้าง หรือ รปภ. หรือเพื่อนชายเดินกลับมาส่งที่รถ ปลอดภัยไว้ก่อน ดีกว่าต้องเสียใจทีหลัง(โดนหาว่าประสาทยังดีกว่าต้องซี้ม่องเซ็ก)

6. ควรใช้ลิฟต์แทนการขึ้นลงทางบันได บันไดเป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดถ้าอยู่คนเดียวรวมทั้งเป็นจุดที่เกิดอาชญากรรมได้ดีที่สุด

7. หากผู้ร้ายมีปืน และคุณยังไม่ได้ถูกจี้ ..วิ่งหนี!!!โอกาสที่มันจะยิงโดนคุณมีเพียง 4 ใน100 ครั้งเท่านั้น (เป้าเคลื่อนที่)และถึงจะยิงโดน ก็เป็นไปได้มาก ว่าจะไม่ถูกอวัยวะสำคัญเพราะงั้นวิ่งลูกเดียว!

8. อย่าใจอ่อน ผู้หญิงมักขี้สงสารและเห็นอกเห็นใจ งานนี้อย่าเชียวนะ!! เพราะอาจนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย ข่มขืน หรือฆาตกรรมได้ กรณีนี้มีตัวอย่างมาแล้ว ฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่งในอเมริกาชื่อ เท็ด เบินดี้ม เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีการศึกษา ใช้กลวิธีเรียกร้องความสงสารจากเหยื่อเพศหญิงซึ่งไม่ได้เกิดความสงสัยสักนิด เขาหลอกลวงเหยื่อให้ตายใจด้วยการเดินโดยอาศัยไม้เท้า หรือแสร้งทำขากะเผลก แล้วขอ 'ความช่วยเหลือ'จากเหยื่อให้ช่วยพยุงขึ้นรถ จากนั้นก็ใช้จังหวะนั้นลักพาตัวไป......ฆ่า????

9. ให้ร้องว่า ' ไฟไหม้ ' แทนคำว่า ' ช่วยด้วย' จากหนังสือภัยจาก 108 มงกุฏ เมื่อคุณกลับบ้านในเวลากลางคืน หากถูกคนร้ายจี้ ชิงทรัพย์ ฯลฯ เวลาร้องขอความช่วยเหลือ คำว่าไฟใหม้จะทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นตกใจตื่นและออกมาดูสถานการณ์ได้เร็วกว่า

หากท่านเห็นว่าข้อความที่อ่านมาอาจเป็นประโยชน์ต่อคนที่ท่านรู้จักท่านสามารถส่งต่อได้ โดยเฉพาะเพื่อน พี่ น้องที่เป็นเพศหญิง เพื่อเตือนให้เธอเหล่านั้นระลึก อยู่เสมอว่า 'โลกใบนี้มีคนวิกลจริตอาศัยอยู่มาก ... ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเสียใจภายหลัง

ให้อยู่ห่างจากทะเลในรอบเดือนกรกฏาคมนี้...




“Hello there. I just wanted 2 let you know that please stay away from the beaches all around in the month of July. There is a prediction that there will be another tsunami hitting on July 22nd. It is also when there will be sun eclipse. Predicted that it is going 2 be really bad and countries like Malaysia (Sabah & Sarawak), Singapore, Maldives, Australia, Mauritius, Si Lanka, India, Indonesia, Philippines are going 2 be badly hit. Please try and stay away from the beaches in July. Better 2 be safe than sorry. Please pass the word around. Please also pray for all beings.”


เค้าเขียนเตือนมาว่าให้อยู่ห่างจากทะเลในรอบเดือนกรกฏาคมนี้ เนื่องจากจะมีเหตการณ์ซึนามิอีกครั้งในวันที่ 22 กรกฏาคม และในเวลานั้นดวงอาทิตย์จะถูกปิดบังรัศมี ทำนายไว้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายมากและประเทศต่างๆ เช่น มาเลย์เซีย (ซาบาห์และซาราวัค) , สิงคโปร, มัลดีฟ, ออสเตรเลีย, เมารีทัส, ศรีลังกา, อินเดีย, ฟิลลิปปินส์ จะถูกโจมตีอย่างหนัก กรุณาอยู่ให้ห่างจากทะเลในช่วงเดือนกรกฏาคมดังกล่าวด้วย ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าจะเกิดโศกนาฏกรรม กระจายข่าวไปกันให้ทั่วน่ะค่ะ และโปรดช่วยกันสวดภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง

สำหรับคนที่ชอบกินน้ำเย็น โปรดระวัง!!

บทความนี้สำหรับคนที่ชอบกินน้ำเย็นโดยเฉพาะ เวลาได้กินน้ำเย็นๆ ซักแก้วหลังอาหารรู้สึกมันชื่นใจดีใช่มั้ยครับ แต่ว่า น้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่คุณเพิ่งกินเข้าไปเมื่อกี๊จับตัวเป็นไขขึ้นมา ซึ่งจะส่งผลให้การย่อยอาหารช้าลง ถ้าคราบไขมันเหล่านี้ไปทำปฏิกิริยากับกรด มันจะแตกตัวแล้วจะถูกดูดซึมไปที่ลำไส้ ไขมันที่แตกตัวนี้จะดูดซึมได้เร็วกว่าอาหารทั่วไป แล้วก็จะเริ่มเคลือบลำไส้ของเราไว้ (ด้านใน) ในไม่ช้า มันก็จะแปรสภาพเป็นไขมันก้อนๆ และเป็นบ่อเกิดของมะเร็งในที่สุด ดังนั้น ควรดื่มน้ำอุ่นหลังอาหารดีกว่า

ขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของโรคหัวใจ เวลาที่เกิดอาการ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเจ็บที่แขนซ้ายเสมอไป ถ้าคุณมีอาการปวดกรามหรือขากรรไกรก็อาจจะเป็นสัญญาณของโรคหัวใจได้ แม้ว่าคุณจะเป็นโรคหัวใจ แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องมีอาการเจ็บหน้าอก อาการเหงื่อออก คลื่นไส้ ก็เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับโรคทั่วๆไป 60% ของคนที่โรคหัวใจกำเริบขณะหลับมันจะไม่ตื่น (อีกเลยรึเปล่าก็ไม่รู้) แต่อาการปวดกราม อาจจะทำให้คุณตื่นขึ้นมากลางดึกได้ ก็ให้ระวังดูและตัวเอง ถ้ามีอาการเหล่านี้

ข้อคิดจากถังน้ำสองใบ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail


ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร
ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ
และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง...แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล
จากลำธารกลับสู่บ้าน....จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำ
กลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง....ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ
ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ...ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมา

หลังจากเวลา 2 ปี… ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น
วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า 'ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะ
รอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้าที่ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง
ที่กลับไปยังบ้านของท่าน'

คนตักน้ำตอบว่า 'เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า...
แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่งเพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่....
ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้าและทุกวันที่เราเดินกลับ...
เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเล็ดพันธุ์เหล่านั้น
เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว
ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว..เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้'

คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง...
แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น
อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้....
สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น..
และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง

เราเลิกคบกันเถอะ…ถ้าไม่อ่าน

เราเลิกคบกันเถอะ…ถ้าไม่อ่าน

ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้ และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา

โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน

บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว

มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า สิ่งที่เราคิดทั้งหมด

มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่

เลือกที่จะจมกับความฝัน มากกว่าการได้รับรู้ความจริง การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า

ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า... เราอาจเป็นที่ 2

ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4... และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า... ก็ขอให้คิดไว้ว่า

ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย

แต่โปรดจำไว้เถอะว่า หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า

...ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้...


ก็จงชอบต่อไปเถอะ การรักใครซักคน

ไม่ต้องการความพยายาม "การตัดใจ"ต่างหาก

ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า

ความสุขยาม ที่คุณได้สบตาเค้า กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า อันไหนมันหนักหนากว่ากัน

อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป... อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้... อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน

แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย

ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป แต่ก็ยังได้พบ... ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป... ยิ้มให้กับโชคชะตา

ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้ม
ของเค้าไว้คนเดียว คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง... คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...

และร้องไห้ได้มากมาย... คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...
ให้กลายเป็นวันที่สดใส เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ? แค่การได้เห็นคนที่เรารัก ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคน

ที่เค้ารักมากที่สุด ...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ระวังผู้หยิงที่ตู้ ATM

ตอนนี้ใครไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มให้ระวังจะมีคนมาขอแลกแบงค์พันนะครับผมเจอมาสองครั้ง แต่ก็ยังไม่เสียทีครับวันก่อนผมไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนบางนา-ตราด กม.4 ตอนเย็นๆ ในขณะที่กำลังจะกดเงินก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งตัวก็ดูดี มีกระเป๋าถือแบบ นุ่งกางเกงขาสั้น ผิวขาว ไม่สูงมาก อวบๆนิดหน่อย มาถามว่า "พี่ขอแลกแบงค์พันใบหนึ่ง พอดีโอนเงินแล้วไม่ผ่าน สงสัยแบงค์จะยับ" ผมก็บอกว่า "ไม่มีแบงค์พันครับ"เขาก็บอกว่า "พี่กด ATM ให้หนูก็ได้"ผมก็เริ่มงงๆแล้ว ไม่เคยรู้จักกันมาสั่งกันได้ยังไงผมก็ทำเฉยๆไปไม่สนใจผู้หญิงคนนั้นอีก เขาก็เดินไปถามคนอื่นต่ออีก

วันนี้ผมไปกด ATM ที่ตู้เดิม ก็ปรากฎว่าเจอผู้หญิงคนนี้อีก ผมจำได้ว่าเป็นคนเดิม แต่งตัวคล้ายๆวันแรกที่ผมเจอเลย แต่วันนี้มีจักรยานมาด้วยและเธอก็เดินมาทักผมด้วยคำพูดเหมือนเดิม สงสัยเขาจะจำผมไม่ได้ เพราะครั้งก่อนเป็นช่วงค่ำๆแล้ว แต่วันนี้ตอนกลางวันแสกๆและแถวนั้นก็ไม่มีคนอื่นอยู่เลย พอผมจอดรถเดินลงไปเขาก็เดินสวนลงมา และระหว่างนั้นก็ถามเหมือนเดิม"พี่ๆขอแลกแบงค์พันใบนึง พอดีหนูโอนเงินแล้วไม่ผ่านอยู่ใบนึง"ครั้งนี้ผมระวังตัวมากกว่าเดิม เพราะเคยเจอมาครั้งหนึ่งแล้ว ผมก็เปิดกระเป๋าตังค์ให้ดูว่าไม่มีแบงค์พัน เพราะวันนี้ไม่มีจริงๆ เขาก็พูดเหมือนเดิมคือ พี่ช่วยกดเงินมาแลกกับหนูหน่อยซิ ผมก็ถามเขากลับไปว่า "ทำไมไม่กดเองหละครับ" เขาก็บอกว่าเขาไม่เอา ATM มา และขี้เกียจปั่นจักรยานกลับไปในหมู่บ้านแต่วันนี้มีมุกใหม่คือ เอาแบงค์พันใบที่บอกว่าโอนไม่ได้มาทำการโอนให้ผมดูเลยว่าโอนไม่ได้จริงๆ และบอกว่าเงินใบนี้ก็กดมาจากธนาคารเหมือนกันไม่รู้ทำไมจึงโอนไม่ได้ และจะเข้าไปแลกในธนาคารก็ไม่ได้เพราะวันนี้เป็นวันหยุด (ถ้าเป็นวันธรรมดา เขาก็จะพูดว่าธนาคารปิดแล้ว) ผมก็ทำเป็นไม่สนใจเขาอีกเลย เพราะรู้สึกว่าเขาไม่เกรงใจเราเลย และมีข้อสังเกตหลายเรื่องคือ- แต่งตัวดูดี ถือกระเป๋ามา มีหรือที่ไม่มี ATM กดเงินเพียงพันเดียว- เราตอบปฏิเสธไปแล้วก็ยังเซ้าซี้อีก- ผมเจอมาสองครั้งแล้ว ทุกคำพูดเหมือนเดิม- มักจะเจอเวลาที่ธนาคารปิด ครั้งแรกที่ผมเจอและปฏิเสธเขาไป ก็เคยคิดเหมือนกันว่าเราใจดำมากไปหรือปล่าว เราไม่มีน้ำใจหรือปล่าว แต่พอเจอครั้งที่สองก็รู้สึกว่าเราคิดถูกแล้วที่ไม่ตกเป็นเหยื่อของคนที่มีเจตนาไม่สุจริตและไม่มีมารยาท(ไม่เกรงใจผู้อื่น) อย่างไรก็ตามผมเองก็ยังไม่อยากพูดว่าเขาเป็นแก๊งต้มตุ๋น เพราะผมยังไม่เสียตังค์และผมยังไม่ทราบว่ามีคนอื่นโดนไปแล้วหรือยัง เพียงแต่เขียนมาเพื่อเตือนให้เพื่อนๆระมัดระวังตัวไว้เท่านั้น เพราะถ้าพลาดท่าเสียทีเสียตังค์พันหนึ่งก็มีค่ามากสำหรับคนบางคน และไม่อยากให้คนที่เรารู้จักเสีย